โรงพยาบาลปะทิว เดิมเป็นศูนย์การแพทย์อนามัยเก่า ดัดแปลงเป็นโรงพยาบาลขนาด ๑๐ เตียง โดย การนำของ นายเษียร ทองจันทร์และคณะ พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทราของประชาชนในเขตอำเภอปะทิว ร่วมบริจาคตึกหลังโดยขอเงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็นห้องพิเศษ ๔ ห้อง ห้องโถง ๑ ห้อง ต่อมาดัดแปลงเป็นห้องพิเศษเพิ่มอีก ๒ ห้อง และต่อเติมเป็นห้องประชุมวิชาการ ห้องส่งเสริมสุขภาพ ห้องพยาบาล ห้องธุรการ-การเงิน มีเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน เป็นราชพัสดุ บางส่วนได้รับการบริจาคสนับสนุนจาก
นายวิเชียร บุญกูล ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น ในเรื่องที่ดิน บ่อน้ำใช้ บริเวณโรงพยาบาลยังเป็นที่ตั้งของ “ดอนตาเถร” ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของประชาชนชาวบ้านท้องถิ่น
การเปลี่ยนแปลงโดยย่อ
พ.ศ ๒๕๑๕ ได้รับงบประมาณก่อสร้างบริเวณอาคารด้านหน้าและอาคารด้านหลังได้รับบริจาคจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและชาวชุมพรผู้มีจิตศรัทธาซึ่งเป็นสถานีอนามัยที่มีอาคารโถงใหญ่สำหรับผู้ป่วยไว้นอนค้างคืนห้องพิเศษพร้อมห้องน้ำจำนวน ๔ ห้องและเครื่องเอกซเรย์อีก ๑ เครื่องนับเป็นสถานีอนามัยที่พัฒนามากในสมัยนั้น
พ.ศ ๒๕๑๖ นายแพทย์สมภพ พันธุโฆษิต เป็นหัวหน้าสถานีอนามัยชั้นหนึ่ง
พ.ศ ๒๕๑๗-๒๕๒๐ ไม่มีแพทย์ปฏิบัติราชการประจำมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปฏิบัติงาน ๓ คน โดยมีนายแพทย์สุทัศน์ นิยมไทย เป็นผู้รักษาการ
พ.ศ ๒๕๒๑ นายแพทย์ยงยุทธ กิตติโชติกุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์และอนามัยปะทิวเป็นช่วงการบริหารงานของศูนย์เข้าถึงประชาชนพอสมควร
พ.ศ ๒๕๒๒ นายแพทย์ภัทร แซ่ตั้ง เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล
พ.ศ ๒๕๒๓ นายแพทย์กิตติ ตั้งอมตกล เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีการหาเงินบริจาคโดยจัดฉายภาพยนตร์ได้เงิน ๘,๐๐๐ บาทนำมาสมทบทุนสร้างรั้วด้านหลังโรงพยาบาล
พ.ศ ๒๕๒๔ แพทย์หญิงศิริวรรณ คุลีเมฆิน เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีการหาเงินทำรั้วต่อด้านหน้าโรงพยาบาลอีกบางส่วนปรับปรุงสถานที่ให้สวยงามขึ้นมีการเปิดป้ายโรงพยาบาลปรับปรุงถนนบริเวณในโรงพยาบาลให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น
พ.ศ ๒๕๒๕ แพทย์หญิงวลัยรัตน์ อังศุภมงคล เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีการหาเงินบริจาคเพื่อจัดทำรั้วด้านหน้าต่อไปทางทิศใต้
พ.ศ ๒๕๒๖ นายแพทย์ยอดชาย ปลอดอ่อน เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลงานด้านส่งเสริมสุขภาพเข้าถึงประชาชนมาก
พ.ศ ๒๕๒๗-๒๕๒๙ นายแพทย์วิชัย วงภูวรักษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำลังเจ้าหน้าที่มีเพิ่มมากขึ้นมีการปรับปรุงการบริหารทำงานให้เข้ารูปมากขึ้นทุกด้าน พ.ศ ๒๕๒๙ เริ่มมีแพทย์ประจำเพิ่มอีก ๑ คนคือนายแพทย์อารี ตั้งรัตนวลี หรือมีผู้รับบริการมากขึ้นเนื่องจากมีแพทย์ประจำโรงพยาบาลตลอดทำให้สถานที่เดิมคับแคบลงจึงมีการต่อเติมก่อสร้างบางส่วนสร้างอาคารกลางเชื่อมอาคารหน้าและอาคารหลังสร้างห้องพิเศษเพิ่มอีก ๒ ห้องสร้างถนนลาดยางบริเวณหน้าโรงพยาบาล
พ.ศ ๒๕๒๙ นายแพทย์อารี ตั้งรัตนวลี เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีแพทย์ประจำคือนายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ จำนวนผู้มารับบริการมากขึ้นมีการเข้าถึงบล็อกประชาชนและส่วนราชการในอำเภอมากขึ้นแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆของโรงพยาบาลในสายตาผู้มารับบริการจัดปรับปรุงคลังเวชภัณฑ์ ห้องยาระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นปรับปรุงขยายบริเวณผู้ป่วยนอกบริเวณผู้ป่วยในห้องผ่าตัดห้องคลอดให้กว้างสะอาดได้มาตรฐานขึ้นสร้างห้องน้ำห้องส้วมถังน้ำดื่มให้เพียงพอปรับปรุงบริเวณสนามให้มองดูสวยงามเรียบร้อยยิ่งขึ้น
พ.ศ ๒๕๓๑ นายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ปรับปรุงโดยเน้นเรื่องบริการแก่ประชาชนที่มารับบริการมากขึ้นกว่าทุกสมัยเพราะถือว่าถ้างานบริการล้มเหลวงานอื่นๆจะทำสำเร็จไปไม่ได้เจ้าหน้าที่ทุกๆระดับร่วมมือกันปฏิบัติงานด้วยความสามัคคีกลมเกลียวเนื่องจากมีขวัญกำลังใจ มีผู้มารับบริการเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนมากกว่าทุกๆสมัยใช้เตียงเสริมตลอดเวลา
-ด้านบริการประชาชนนอกจากให้บริการด้านรักษาผู้ป่วยธรรมดาและผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพยังบริการด้านผ่าตัดให้ผู้ป่วยโดยไม่ต้องส่งโรงพยาบาลจังหวัด ทำให้ผู้ป่วยได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความอบอุ่นกำลังใจให้ผู้ป่วยและญาติมากขึ้นแม้ว่าแพทย์จะมีเพียงคนเดียว
-ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้มีนโยบายให้ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อประหยัดเวลาเชื้อเพลิงและการเก็บข้อมูลได้ผลพร้อมกัน ๑๐๐% อย่างมีประสิทธิภาพ
-ด้านประชาสัมพันธ์ ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ด้วยตนเองทุกครั้งเพื่อการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ประชาชนรู้จักใช้บริการของโรงพยาบาลมากขึ้นโดยเน้นการให้สุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพเป็นหลักอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานคือเมื่อมีผู้ป่วยหนักต้องส่งโรงพยาบาลทั่วไปในจังหวัดที่เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ๑๐ เตียงเนื่องจากเครื่องมือไม่พร้อมแต่ขาดรถพยาบาลที่มีเครื่องมือช่วยฉุกเฉินครบชุดผู้ป่วยมักจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเดินทางทำให้ลังเลที่จะส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลทั่วไปผู้ป่วยเสียชีวิตโดยการเครื่องมือและรถพยาบาลที่มีประสิทธิภาพอย่างน่าเสียดายฉะนั้นสิ่งที่ทางโรงพยาบาลมีความจำเป็นคือรถพยาบาลพร้อมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยชีวิตครบชุดเพื่อช่วยผู้ป่วยหนักระหว่างการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพได้
พ.ศ ๒๕๓๖ นายแพทย์วุฒิชัย ดิลกธราดล
พ.ศ ๒๕๓๗ นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ เป็นผู้อำนวยการมีแพทย์ประจำและใช้ทุนหมุนเวียนมาปฏิบัติงานปีละ ๒-๓ คนทำให้ผึ้งขีดความสามารถในการให้บริการมากขึ้น
-ด้านบริการเน้นในเรื่องการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานบรรยากาศองค์กร
-หน้าบริการให้บริการครอบคลุมที่ดำเนินการรักษาป้องกันส่งเสริมและฟื้นฟูโดยด้านการรักษาในโรงพยาบาลนั้นการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินผู้ป่วยผ่าตัดโดยลดอัตราการส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัดการดูแลผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลโดยปรับปรุงห้องพิเศษให้มีสภาพแวดล้อมเหมือนอยู่ที่บ้านและเน้นการดูแลในเชิงรุกมากขึ้น
-ด้านวิชาการพัฒนาบุคลากรโดยใช้กระบวนการ ๕ สเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาล
-พัฒนาสิ่งแวดล้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้ามีระบบไฟฉุกเฉินน้ำประปาผ่านระบบกรองน้ำสามารถใช้บริโภคอุปโภค
พ.ศ ๒๕๔๓ แพทย์หญิงศุภรา เชาว์ปรีชา เป็นผู้อำนวยการที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ ได้บริการบริหารวิชาการโดยมุ่งเน้นการบริการประชาชนอย่างมีคุณภาพพัฒนาบุคลากรให้มีความสุขความสามารถในการให้บริการได้ครอบคลุมทุกประเภทของการให้บริการทั้งในยามปกติและฉุกเฉินดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (HA) ภายใต้วิสัยทัศน์สิ่งแวดล้อมดีเทคโนโลยีก้าวล้ำนำวิชาการบริการโปร่งใสรวมใจเป็น ๑ ทั่วถึงบริการแนบมาตรฐานสากลชุมชนเป็นสุข
พ.ศ ๒๕๔๔ แพทย์หญิงนพมาศ ธนะไชย ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องภายใต้วิสัยทัศน์สิ่งแวดล้อมดีมีมาตรฐานบริการพัฒนางานชุมชนจนได้รับกิตติกรรมประกาศผ่านการรับรองบันไดขั้นที่ ๑ เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๘ ปัจจุบันกำลังดำเนินการพัฒนาคุณภาพเพื่อขอรับรองกิตติกรรมประกาศบันไดขั้นที่ ๒
พ.ศ ๒๕๖๗ ผ่าน HA รอบ๓ และปรับเตรียมโรงพยาบาลเข้าสู่ Smart Hospital และ OPD Paperless ภายใต้แกนนำของ นายแพทย์ณัฐชนน กำลังใบ
พ.ศ ๒๕๖๗ นายแพทย์ณัฐชนน กำลังใบ รับตำแหน่งและพัฒนาต่อด้วย IT เพื่อตอบสนองสังคม
ยุคปัจจุบัน ทั้งระบบบริหารควบคุมภายในอิเลกทรอนิค เพื่อความโปร่งใส การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบ
สั่งออนไลน์ อีกทั้ง ยังริเริ่ม ระดมชาวบ้าน หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อเป็นคลังสมองโรงพยาบาลภาคประชาชนเพื่อให้เป็นโรงพยาบาลของชุมชนโดยประชาชนเป็นเจ้าของพัฒนาระบบบริการให้ตอบโจทย์แก่ผู้รับบริการ
ที่ตั้งอาณาเขต
อำเภอปะทิว แบ่งการปกครองเป็น ๗ ตำบล ๗๕ หมู่บ้าน มีพื้นที่ประมาณ ๗๗๙.๙๒ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๔๘๗,๕๕๐ ไร่ โดยเครือข่ายบริการปฐมภูมิโรงพยาบาลปะทิว มีพื้นที่รับผิดชอบ ๔ ตำบล คือ ตำบลบางสน ตำบลทะเลทรัพย์ ตำบลสะพลี ตำบลชุมโค รับผิดชอบจำนวนหมู่บ้านรวม ๔๑ หมู่บ้าน โดยเส้นทางคมนาคม จากตัวอำเภอปะทิวถึงจังหวัดชุมพร ทางรถไฟมีระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร และทางรถยนต์ เดินทางได้ ๒ เส้นทาง และมีอาณาเขตติดต่อดังนี้คือ
ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลดอนยางและตำบลปากคลอง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
พื้นที่รับผิดชอบ สถานบริการสาธารณสุขเครือข่ายโรงพยาบาลปะทิว